งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

เรื่องของจานเบรก
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : สำโรงวุฒิ ม.6 ช่างรับเหมาสร้างบ้าน Sale ขายรมิตซูบิชิ งานว่างสุมทรปราการ เขต สาธุ ชุมพร ข่าวรับสมัครพนักงานเก็บเงิน บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ เขียบแบบ เขตบางปู ยพยนร‘ยกยงร’ยนรŠรจยงร รยกรŠร’รƒยทร‘รฉยงร‹รยด หนแงขม ถนนรามคำแหง/สะพานสูง ตำแหน่งงานแถวสายไหมบางเขน ธุรการบุคคล สัตหีบ พนักงานขับรถสายพัทยาพระราม2 นิสสันจังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงาน ลาดพร้าว หางาน เขต สำโรง หางานโรงพยายบาลที่สมุทรสาคร kfc แจ้งวัฒนะ ไทยโรตารี่ บ้านฉาง ecc งานุธุรการ ปวช สาทร หัวหน้าเมด ธุรการลาดพร้าว110 งานหาคน ต่างจังหวัดนิติกร สมัครงานวุฒิม.ต้น %25C1.3 %25BE%25B9%25D1%25A1%25A7%25D2%25B9%25A2%2 ผู้จัดการทผู้จ ธรุการ-เขตลาดกระบัง ประสานงานภาษาจีน หทัยราฏ jaroonrat ตำแหน่งงาน QC หางานจ.ลำพูน นิติพลจ.สมุทรปราการ สมัครงานนิคมบางปูเจ้าหน้าที่ธุรการ งานราช ยผร™รฉยชรจร‡ร‚ ยผร™รฉยจร‘ยดยกร’รƒ ยจร‘ยดยซร—รฉร วิศกรควบคุฒคุณภาพ พนักงานประจำบู๊ท ร้านนวด ชลบุรี สัตหีบ พัทยา maple co., ltd. data+pro สมัครงานโรงงานวุฒิม.3 ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ ฝ่ายบุคคล ชลบุรี สะพานควาย สุทธิสาร

  เรื่อง 10 คำถามมาตรฐานของการสัมภาษณ์งาน ที่คุณจะต้องผ่านให้ได้ (ตอนที่ 1)
  เขียนโดย ชัชวาลย์
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย ชัชวาลย์
Rated: 
by 36 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



เมื่อท่านผู้อ่านต้องเปลี่ยนงานไปทำงานที่ใหม่ ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย หรือสำหรับน้อง ที่เพิ่งจบการศึกษาและกำลังเตรียมตัวที่จะก้าวเข้าสู่แวดวงการทำงาน (ชีวิตจริงหลังรั้วมหาวิทยาลัยที่อาจจะต้องอยู่กับมันเป็นอีกยาวจนกว่าจะเกษียณหรือทำงานไม่ไหวนั่นแหละ) ภายหลังจากส่งใบสมัครผ่านเข้าระบบของบริษัทที่สนใจแล้วได้รับการตอบรับเพื่อให้เข้ารับการสัมภาษณ์ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า และกลัวการสัมภาษณ์ ทั้งที่อาจจะเคยมีประสบการณ์ของการสัมภาษณ์มาไม่น้อย หรือน้อง ที่เพิ่งเรียนจบ จะได้รับการเตรียมความพร้อมจากอาจารย์ที่ปรึกษา แนะนำแนะแนวมาพอสมควร ก็คงจะเกิดความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป

ความประหม่ากังวลนั้น เป็นสิ่งที่มีได้เป็นธรรมดาครับ และผมเองโดยส่วนตัวในฐานะที่ทำงานด้าน Recruit บุคลากรให้กับองค์การก็อยากให้ท่านผู้อ่านที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้มีไว้บ้าง แต่ไม่ถึงต้องเครียดจัด ทำไมหรือครับ ??

เพราะผมพบว่า ผู้สมัครงานไม่น้อยเลยครับ ทะนงตัวว่ามีประสบการณ์หรือคงไม่มีอะไรมากกับการสัมภาษณ์งานหรอก ก็เลยไม่ได้ใส่ใจที่จะเตรียมความพร้อมของตัวเอง สุดท้ายก็มาตกม้าตายกับคำถามหลายอย่างที่ประดังประเดตอนสัมภาษณ์ ไปไม่ถึงดวงดาว

ที่ต้องให้ระแวดระวัง เตรียมตัวสักนิด เป็นเพราะว่า องค์การทั้งหลายน้อยใหญ่ ต่างมองว่างาน Recruit สำคัญครับ เพราะเป็นต้นทางของความสำเร็จของธุรกิจเลยทีเดียว องค์การพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้เครื่องมือสารพัดมาใช้เพื่อให้กระบวนการสัมภาษณ์ ทำให้ได้มาซึ่งคนที่องค์การต้องการจริง หลายองค์การใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม (behavior-based interview) องค์การอีกไม่น้อยไปไกลกว่านั้น ด้วยการใช้คำถามสัมภาษณ์แบบอิงสมรรถนะ (competency-based interview questions)

นี่ไม่นับการทดสอบที่เป็นองค์ประกอบอีกส่วนหนึ่งที่จะทำกันก่อนกระบวนการของการสัมภาษณ์ และแน่นอน หากไม่ผ่านการทดสอบก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์ครับ

ฟังแบบนี้ ไม่เตรียมความพร้อมไม่ได้แล้ว ใช่มั้ยครับ.....

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการสัมภาษณ์จะเป็นแบบใด จะแบบธรรมดาหรือสองแบบหลังที่ผมว่าไป ซึ่งต่างก็ไม่จุดเน้นที่ต่างกันไปบ้างในรายละเอียด เรามักจะพบว่า มีคำถามที่ผมขอเรียกว่า คำถามถามบ่อยก็แล้วกัน ที่เหล่า Recruiter นิยมนำมาใช้ รวบรวมดูได้ราว 10 คำถาม

ผมคิดว่า ตำราหรือหนังสือหลายเล่ม ได้บอกวิธีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์งานไว้ไม่น้อย ค้นหาอ่านได้ไม่ยากเย็นนัก ผมเลยไม่ขอพูดถึงตรงนั้น ขอเจาะจงลงมาที่ข้อแนะนำสำหรับท่านผู้อ่านที่อาจจะใช้ประโยชน์จากมันได้ และในทางหนึ่ง Recruiter ทั้งหลายที่มีโอกาสได้อ่านบทความที่ผมนำเสนอนี้ ก็น่าจะได้ประโยชน์ไว้สำหรับเป็นแนวทางในการวิเคราะห์คำตอบของผู้รับการสัมภาษณ์เช่นกัน

เรียกว่า น่าจะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายเลยล่ะครับ

คำแนะนำของผมแบ่งออกเป็น 2 มุมมอง และมุ่งเน้นเสนอผู้ที่จะต้องไปสัมภาษณ์งานเป็นหลัก โดยแยกเป็นสิ่งที่คุณจะต้อง (สมควร) ทำ และสิ่งที่คุณต้อง (ไม่สมควร) ทำ...

1) เล่าอะไรคร่าว เกี่ยวกับตัวคุณให้ฟังหน่อย...

หลายท่านอาจจะคิดว่า แหมก็ประวัติมีอยู่แล้ว จะมาถามทำไมอีก เอาล่ะ อยากรู้จะทบทวนให้ ก็เลยเล่าให้ผู้สัมภาษณ์ฟังซะ 10 นาทีเกี่ยวกับประวัติการเรียน การทำงาน ความเป็นไปของครอบครัว และจิปาถะ ประมาณว่าจะได้รู้จักคุณอย่างถี่ถ้วน หากคิดตอบแบบนี้ คิดผิดครับ การที่บริษัทคัดเลือกคุณเข้ารับการสัมภาษณ์นั้น หมายความได้ว่า บริษัทพอใจคุณในระดับหนึ่ง (เน้นครับว่า...ระดับหนึ่ง) แล้ว จึงเลือกคุณมาเป็น short-listed candidate แทนที่จะเลือกผู้สมัครงานรายอื่นที่ในแต่ละวันบริษัท (โดยเฉพาะชั้นนำ) ได้ใบสมัครงานจากผู้สมัครงานกองพะเนิน ลองดูตัวเลขประมาณการของผู้ที่คาดว่าจะจกงานของทางราชการสิครับ เอาเป็นว่าปีนี้น่าจะราว 1.5 ล้านคน หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วจำนวนน้องใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษาล่ะอีกปีละหลายหมื่นหลายแสนคน คนเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากเราท่านทั้งหลายที่อยากทำงานในองค์การที่มีชื่อเสียงพอจะฝากฝังอนาคตไว้ได้ คุณจึงต้องใช้เวลาของผู้สัมภาษณ์งานให้คุ้มค่าเช่นกัน...

คำแนะนำของผมก็คือ ควรที่จะใช้เวลาเพียง 2-3 นาที สรุปแบบสั้น กระชับได้ใจความ เน้นไปเลยว่าเรามีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งที่สมัคร ทั้งจากประสบการณ์การทำงาน และหรือจากการศึกษาที่ผ่านมา อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ว่าเหมาะนั้นเหมาะอย่างไร อะไรทำให้คุณมั่นใจปานนั้น ซึ่งหากผู้สัมภาษณ์เค้ายังไม่พอใจคำตอบของคุณ เค้าจะเจาะจงถามต่อไปอีกล่ะครับ ตัวอย่างเช่น หลังจากเรียนจบด้านการตลาดมาแล้ว เมื่อ 3 ปีก่อน ผมได้มีโอกาสทำงานกับบริษัท X ซึ่งจัดเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการ...............และมีชื่อเสียงบริษัทหนึ่งในตลาด การร่วมงานกับบริษัทนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้และฝึกอบรมการเป็นคนทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา ตื่นตัวและมีความคิดสร้างสรรค์...... ทั้งยังฝึกความเป็นผู้นำ เพราะต้องดูแลน้องในทีมที่ออกตรวจงานด้วยกัน รวมถึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี...." ทำนองนี้ครับ หากมีประสบการณ์หลายแห่ง การอธิบายย่อ โดยอาจจะเน้นงานที่คุณภูมิใจ และคุณจำมันได้แม่นยำพอที่จะเท้าความไปถึงคำถามอื่น ที่คุณจะได้เจอต่อไป

2) คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ช่วยผ่อนคลายผู้สมัครงานไม่น้อย นับจากข้อแรก แต่มันเป็นคามข้อแรก ที่นำไปสู่การถามเจาะตัวตนของคุณต่อไปอีกหลายคำถาม คำถามนี้ เป็นการทดสอบความสนใจของผู้สมัครงานครับ บริษัทไหนไหนเหมือนกันหมดล่ะครับ ต้องการคนมาทำงานที่รู้จักธุรกิจของเขา แม้จะไม่ต้องลึกซึ้งมากนัก เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นการบ้านที่คุณจะต้องทำ ผมเคยพบผู้สมัครงานหลายคนที่ตอบคำถามนี้ว่า "ไม่รู้ค่ะ" เห็นประกาศรับสมัครงานก็มาสมัครเลย หรือ "พนักงานของบริษัท โทรไปตามมาให้สัมภาษณ์ครับ แต่ผมไม่ได้ดูมาก่อนว่าบริษัททำธุรกิจอะไร..." เห็นทีจะไม่ต้องพูดต่อ และหากคุณเห็น Recruit ไม่ได้ถามอะไรต่อมากนักล่ะก็ ทายได้เลยว่า เค้าจะตอบคุณว่า "หากบริษัทพิจารณาคุณสมบัติของคุณเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบ" และก็เงียบหายไปเลย

ก่อนมาสัมภาษณ์ คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบและเข้าใจข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทที่สมัครงานมา เช่น สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการ กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง ภาพลักษณ์องค์การ ที่มาและประวัติขององค์กร วิสัยทัศน์ และอะไรต่าง ซึ่งหาดูได้ตามหน้าเวบไซด์ของบริษัทนั่นเอง หากคุณหางานผ่านเวบไซด์หางานยิ่งง่ายครับ เพราะเขาจะทำ link เชื่อมไปยังบริษัทโดยตรงไว้เลย คลิกเดียวก็รู้ การที่คุณไม่รู้เหมือนที่ผมว่า มันเหมือนกับแสดงให้ Recruiter เห็นว่าคุณก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาทำงานกับเขาหรอก

แต่กระนั้น ก็อย่าได้เผลอไผลไปตอบแบบที่ไม่ได้สร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับตัวคุณเองเข้า ตัวอย่างเช่น "ทราบมาว่าที่นี่กำลังขาดผู้จัดการฝ่ายขาย ด้วยประสบการณ์งาน 3 ปีในด้านนี้ ผมคิดว่าจะสามารถ......" คำตอบอย่างนี้ดูจะเป็นการโอ้อวดตัวเองเกินไปหรือเปล่า เพราะคุณยังไม่รู้จักองค์การของเขาเลย จงระวังให้ดีครับ

3) ทำไมคุณถึงคิดว่าเหมาะกับงานนี้

คราวนี้ล่ะ เริ่มปวดหัวแล้ว relax ครับ คำถามนี้ หากเริ่มถามตอนต้น แสดงว่า สองคำตอบแรกของคุณโดนใจ Recruiter ก็เลยรวบรัดเจาะตัวตนของคุณกับงานที่คุณจะทำเสียเลย ดังนั้น จงยิ้มครับ....และเริ่มต้นอธิบายประสบการณ์และความสามารถของคุณต่อยอดจากการตอบคำถามข้อแรกของคุณ บอกว่า เมื่อเทียบกับคุณสมบัติของตำแหน่งงาน ทำให้คุณมั่นใจว่าคุณจะสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้อย่างดี

แล้วสำหรับน้อง ที่เพิ่งจบการศึกษามาหมาดๆ ล่ะ จะเท้าความเล่าเรื่องอะไรล่ะ ตอบว่า เล่าเรื่องการทำกิจกรรมสร้างสรรค์สมัยเรียน เช่น ออกค่ายอาสา ฝึกงานหรือฝึกประสบการณ์วิชาชีพ แต่ไอ้โครงการเชียร์ลีดเดอร์ กิจกรรมบันเทิงนี้ไม่ต้องเล่าครับ แม้มันอาจจะสะท้อนให้เห็นว่าคุณจะสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ไม่ยากเย็นนัก

แต่หากคุณเป็นเด็กเรียนที่เดินเรียนเพราะพ่อแม่จ้าง ไม่ค่อยสนใจกิจกรรม ก็ขอให้ตอบว่าเป็นคนที่ทุ่มเทกับเรื่องที่ได้รับผิดชอบ เช่น เรื่องเรียนหรือรายงานกลุ่มมาเป็นตัวอย่าง หรือแสดงให้เห็นว่าคุณวางแผนทางการเรียนดี ทำให้ได้ผลการเรียนที่ดี แต่จงระวังการตอบว่า ทุ่มเทให้กับการเรียน อ่านหนังสือคร่ำเคร่งโดยไม่มีการปฏิสังสรรค์กับเพื่อนเรียนเลย หรือมีแต่ไปเดินห้างด้วยกัน แบบนี้ ก็ไม่ไหวครับ

ไม่มีองค์การไหนอยากจะรับนักศึกษาจบใหม่ที่ประสบการณ์ประกอบการเรียนวันวันสนใจแต่ไปเดินห้าง ชอบปิ้งแถวห้างดัง ดูหนัง โยนโบวล์ มันบันเทิงไปหน่อย หาสาระไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้น แม้คุณจะเป็นแบบว่า แต่ก็ห้ามตอบโดบถือซื่อไร้เดียงสาครับ

และอีกเรื่องหนึ่งครับ อย่างตอบคำถามสั้นเกินไป ทำนองว่า "ด้วยประสบการณ์ทำงาน 2 ปีที่ผ่านมาของผม ผมเชื่อว่าตัวเองเหมาะสมและสามารถทำงานนี้ได้ครับ" แล้วจบเลย แบบนี้ ขอบอกว่าคุณจบครับ เพราะคุณไม่ได้เจาะจงลงไปว่าอะไรหรือที่เป็นสิ่งทำให้ผู้สัมภาษณ์มั่นใจว่าคุณเหมาะกับงานตามคำถามที่เขาถาม

เดี๋ยวมาต่อในตอนที่ 2 ครับ




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com