งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

"สมัครงาน" อย่างไร ให้ "คนรุ่นใหม่" ตรงใจ "นายจ้าง"
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : งานกองถ่าย สุขาภิบาล 1 เกาะสมุย รี หลักสี่ แม่บ้านโรงแรม ม.6นนทบุรี งาน Pcพัทยา ครรการลาดพร้าว ธนาคารในเขตกรุงเทพ ธุรการ วุฒิ ป.ตรี เขียนแบบ R&D วุฒิม.3จังหวัดปทุม พนักงานขายจัดเรียงสินค้า สมัครงานวุฒิม.3 กรุงเทพ ธนาคารกสิกรจังหวัดนครราชสีมา ม3 ป่าไม้ สมัครงานบริษัท คอตโต้ อ.หนองแค จังหวัดสระบุรี รับส ดูแลนักเรียน งานราชการ จังหวัดนนทบุรี 8000฿ เขตหัวหมาก วุฒิ ปวส. บริษัท SCG ขับ เครนราง mantanance โลตัสหาดใหญ่ งานธุรการบางปูสมุทรปราการ การเงิน ธนบุรี %BC%D9%E9%A8%D1%B4%A1%D2%C3%BD%E8%D2%C2%BA%D8%A4%A ลำพูน วุฒิปวช ธุรการ ตลาดมีนบุรี หางานผู้ช่วยเภสัชประจำโรงพยาบาล fjซัมสูง วางแผนการผลิตสมุทรปราการ เซนทรัลชิดลม chrysty gems เซ้นทร้ลลาดพร้าว spy บางกะปิ หัวหมาก ลาดพร้าว คลังสินค้า นิคมเวลโกร์ว ผู้จัดการฝ่ายระบบคุณภาพ weltech ขับรถนาย ฝั่งธน ขับรถ ฝั่งธน เจ้าหน้าที่ธุรการปทุทธานี รามคำหง ศริชัย goldbol งานแถวรามคำแหง 2 ประเวศ พนักงานประจำร้านขายกาแฟสด พนักงานฝ่ยผลิด บริษัท กรุงไทย งานว่างสระบุรี

  เรื่อง คุณค่าของคนอยู่ที่สิ่งใด
  เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
Rated: 
by 11 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



คุณค่าของคนอยู่ที่สิ่งใด?[๑]

            คำถามนี้อยู่ในใจผมมาตลอด ตั้งแต่จำความได้ ตอนยังเป็นเด็ก จนเติบโตขึ้นและได้ประสบพบเจอเหตุการณ์ที่เป็นความทรงจำอันเลวร้ายกับตนเอง คำถามนี้มันจึงดังก้องขึ้นมาในใจผมอีกครั้ง เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนที่ผมพาคุณพ่อซึ่งกำลังป่วยหนักเนื่องจากอาการของโรคเบาหวานกำเริบ ผมพาคุณพ่อไปที่โรงพยาบาลรัฐที่ผมมีความเชื่อมั่นแห่งหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างจะไกลจากบ้านที่ผมพัก ในวันนั้นคนไข้เยอะมาก สังเกตจากรถเข็นที่เข็นผู้ป่วยมานอนรอหมอจนล้นออกมานอกห้องฉุกเฉิน ผมพาคุณพ่อไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่หกโมงเช้า จนสิบโมงก็ยังไม่มีวี่แววจะได้ตรวจรักษา คงมีแต่เจ้าหน้าที่มาคอยดูแล และใส่น้ำเกลือให้ (เนื่องจากตอนนั้นอาการคุณพ่อเริ่มแย่ลงมาก พูดไม่ได้และเริ่มจำอะไรไม่ได้แล้ว) ผมไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ที่รับรู้ได้คือไม่ดีแน่นอน รอจนน้ำเกลือหมดขวดมีหมอมาตรวจแล้วก็เขียนใบสั่งยา แล้วให้กลับไปพักที่บ้าน ผมบอกหมอว่าอาการของพ่อเป็นถึงขั้นนี้ถ้าให้กลับไปพักที่บ้านเกรงว่าจะไกลหมอเกินไป และขอร้องให้คุณหมอรับไว้เป็นผู้ป่วยใน แต่สักพักก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า ไม่มีห้อง ไม่มีเตียง ต้องรอตามคิวหรือไม่ก็ต้องไปหาโรงพยาบาลอื่น? อารมณ์และความรู้สึกของผมเวลานั้นบอกได้อย่างเดียวเลยว่าหดหู่และท้อแท้ใจมากๆ จากนั้นผมกับน้องชายจำใจต้องพาพ่อกลับบ้านในอาการที่ท่านจำอะไรไม่ได้แล้วแม้กระทั่งเวลาขับถ่าย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวและทำใจยอมรับได้ไม่ทัน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้พาท่านไปโรงพยาบาลของรัฐอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้าน พอคุณหมอเห็นอาการของพ่อคุณหมอก็รีบรับคุณพ่อไว้รักษาทันที แต่เนื่องจากตอนนั้นอาการของพ่อทรุดหนักมากจึงได้แต่รักษาไปตามอาการเท่านั้น หลังจากนั้นไม่กี่วันคุณพ่อก็จากพวกผมไป!

            ในใบมรณะบัตรของพ่อบันทึกถึงสาเหตุการเสียชีวิตไว้ว่า ติดเชื้อในกระแสโลหิต ความจริงแล้วผมไม่ได้ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตของพ่อ แต่ผมมานั่งทบทวนและคิดดูว่ามันไม่ได้เป็นอุบัติเหตุนะ เราก็รับรู้ได้ล่วงหน้านะ หรือเราคิดผิดตั้งแต่แรกที่เชื่อมั่นในโรงพยาบาล(ที่แรก)จากภาพลักษณ์ภายนอกว่าเป็นที่พึ่งให้กับคนหาเช้ากินค่ำได้ ถ้าเรารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ยอมกู้หนี้ยืมสินพาพ่อไปรักษาโรงพยาบาลของเอกชนตั้งแต่แรกคุณพ่อคงจะไม่เป็นเช่นนี้ หรือถ้าผมเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมเขาคงไม่ปฏิบัติอย่างนี้กับผม

            ตามที่ผมเคยได้รับรู้มาว่าในระบอบประชาธิปไตย หนึ่งเสียงเท่าเทียมกันตามกฎหมาย แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจแล้วว่าจะเท่าเทียมกันทางสังคมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะในสังคมไทย?ซึ่งทุกวันนี้จะดูเหมือนว่าค่านิยมในสังคมมีความเปลี่ยนแปลงไปมองว่า “คนบางคนมีค่ามากกว่าคนอื่น” พฤติกรรมของคนในสังคมจึงให้คุณค่าของคนเฉพาะคนบางคนเท่านั้น ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำกันทางสังคมและไม่เคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์กันอย่างที่ควรจะเป็น  ในความเป็นจริงแล้วค่าของคนอยู่ที่ใด?

·       นักการเมืองอาจมองค่าของคนที่คนของใคร

·       คนมีชาติตระกูลอาจมองค่าของคนที่ชื่อเสียง ความมีหน้าตาในสังคม

·       ข้าราชการอาจให้ค่าของคนที่ยศและบรรดาศักดิ์

·       นักธุรกิจอาจให้ค่าของคนที่ฐานะเงินทอง

·       นักแสดงอาจให้ค่าของคนที่รูปร่างหน้าตา , การสร้างภาพ

·       คนที่เป็นหัวหน้าอาจให้ค่าของคนที่การทำตามคำสั่งจนเป็นที่พอใจ

·       ศิลปินอาจให้ค่าของคนที่คุณค่าภายในจากสุนทรียภาพ

·       คุณครูอาจให้ค่าของคนที่ความเป็นคน

·       นักวิชาการอาจให้ค่าของคนที่ความมีเหตุมีผล , การใช้ตรรกะ

·       นักจิตวิทยาอาจให้ค่าของคนที่อารมณ์และจิตใจ

·       คุณหมออาจให้ค่าของคนที่สุขภาพร่างกาย

·       นักกีฬาอาจให้ค่าของคนที่ความสามารถในทักษะ

·       นักดนตรีอาจให้ค่าของคนที่ความสามารถในสุนทรียภาพทางดนตรี

·       นักปรัชญาอาจให้ค่าของคนที่ความเป็นจริงในตัวตน

ทั้งหมดเป็นมุมมองในแต่ละอาชีพ แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่ามันเป็นความจริงในบริบทรอบตัวเรา หลายคนก็บอกผมว่าทำใจซะเถอะและรับมันให้ได้แล้วทำอย่างที่คนส่วนใหญ่เขาทำกันจะดีกว่าฝืนไปก็ไม่มีประโยชน์ไม่เป็นผลดีต่อตัวเองด้วย ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆผมอาจคิดและทำอย่างที่เขาบอกนะ แต่มาถึงช่วงครึ่งค่อนชีวิตความเป็นมนุษย์แล้วถ้ายังไม่สามารถปรับเปลี่ยนการกระทำให้มีคุณค่าแก่ชีวิตตนเองได้ ผมคิดว่าอาจทำให้เราเสียโอกาสในความโชคดีตรงนี้ เราอาจจะไม่มีโอกาสกลับมาแก้ตัวอีกแล้วก็ได้ใช่ไหม? ใครจะไปรู้

            ต่อปนี้เป็นมุมมองของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา ถ่ายทอดผ่านผลงานโฆษณาของไทยประกันชีวิต ผมชอบปรัชญาแม่ต้อยนะที่เขากล่าวไว้ว่า “ชีวิตที่มีค่า ไม่ใช่ชีวิตที่ร่ำรวย มีเกียรติ หรือเพื่ออายุยืน แต่ชีวิตที่มีค่าคือชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่า และทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่า” ได้ดูแล้วอดน้ำตาซึมไม่ได้ มันได้ข้อคิดหลายอย่าง โดยเฉพาะตรงที่บอกว่า ชีวิตที่มีค่าคือชีวิตที่ตัวเราเป็น คนมีคุณค่า  และทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่า นี่คือปรัชญาของหญิงคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อเสียง  ไม่มีเกียรติยศ  ไม่เคยสัมผัสถึงความร่ำรวย แต่สิ่งที่อยู่ในใจเธอนั้นมั่งมีไปและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ยิ่งใหญ่ ในสิ่งที่เธอทำให้ชีวิตเด็กๆที่ถูกทิ้งขว้าง  กลับมามีชีวิตที่มีค่าอยู่ในสังคมได้ระดับหนึ่ง ยอดเยี่ยมมากขอชื่นชมจากใจจริงครับ

            อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องจริงที่ผมอยากถ่ายทอดให้ได้รับรู้กันมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส ครั้งนี้ได้โอกาสขออนุญาตนำเสนอเลยแล้วกัน เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมาผมกลับจากการไปเยี่ยมคุณพ่อของภรรยาผมที่โรงพยาบาลแถวบ้าน ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสามทุ่มกว่าเห็นจะได้ ผมกับภรรยาเดินจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะมาขึ้นรถกลับบ้าน ระหว่างที่เดินมาบริเวณนั้นตอนช่วงกลางคืนเขามีตลาดนัดมีผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยกันมากมาย ภรรยาผมจึงชวนผมเดินดูของก่อน และระหว่างที่เดินดูของอยู่นั้นผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งผมยาวสวมกางเกงขาสั้นขาดๆและเสื้อยืดสีขาวนั่งรับเขียนภาพอยู่ โดยในตอนนั้นมีคนมานั่งเป็นแบบให้วาดภาพอยู่ด้วย ผมกับภรรยาเดินไปหยุดดูแล้วนึกได้ว่าเรามีรูปของลูกสาวอยู่ในกระเป๋านี่ เอามาให้เขาวาดลงบนกระเป๋าผ้าแล้วเอากลับไปให้ลูกใช้ดีกว่าเขาจะได้ภูมิใจที่เห็นรูปของเขาเวลาใช้กระเป๋าใบนี้ ซึ่งราคาค่ากระเป๋ารวมทั้งค่าวาดรูปลงไปแล้วอยู่ที่ ๑๕๐ บาท จากนั้นผมก็เอารูปลูกสาวให้เขาและไปเดินดูของที่อื่นก่อน เนื่องจากตอนนั้นยังมีคิววาดรูปให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ เขาก็นัดผมประมาณสี่ทุ่มให้มารับของ

            หลังจากเดินดูของเรียบร้อยเวลาเกือบประมาณสี่ทุ่ม ผมกับภรรยาเดินกลับไปที่ร้านเพื่อรับกระเป๋าระหว่างนั้นเขากำลังนั่งวาดอยู่พอดีผมจึงไปยืนดูข้างๆและสังเกตเห็นว่าเขาทำงานอย่างมีสมาธิมาก มือนิ่งใช้ปากกาเคมีเส้นใหญ่สีสันต่างๆลงเส้นลงลายโดยไม่มีความลังเล ผมนึกอยู่ในใจว่าคนที่เป็นศิลปินนี่เขาจะต้องฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจมาอย่างดีมากซึ่งตรงข้ามกับภาพลักษณ์ภายนอกของเขาจริงๆ การพูดการจาก็สุภาพเรียบร้อย ระหว่างลงสีเก็บรายละเอียดจนจะเสร็จแล้วเกิดปัญหาหมึกสีที่ลงนั้นซึมไปยังพื้นที่ในส่วนอื่นที่เขาไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น ซึ่งผมก็มองดูแล้วว่ามันสามารถแก้ไขได้นะ แต่เขาหันมาบอกผมว่าเขาต้องการจะวาดให้ผมใหม่เลยขอให้ผมรออีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม ผมก็บอกเขาว่าผมไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนั้นเลยเพราะเท่าที่ผมดูแล้วมันก็ไม่ได้ผิดพลาดหรือดูไม่ดีอะไรมากมาย ผมยินดีที่จะจ่ายนะ (ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้รับมันก็คุ้มค่ากับราคาแล้ว) แต่เขาบอกผมว่า “เขารู้สึกไม่ดีกับการได้มาแบบไร้คุณค่า”  ผมฟังแล้งอึ้งไปพักหนึ่งก็ยังไม่ค่อยเขาใจคิดว่าเขาโกรธผม จนกลับไปถึงบ้านค่อยๆมาทบทวนเหตุการณ์เพื่อบันทึกลงในสมุดความทรงจำของผม ก็คิดได้ว่า คุณค่าที่พี่คนเขียนภาพเขาหมายถึงคือ คุณค่าของตัวเขา ไม่ใช่การตีค่าจากเงิน ๑๕๐ บาท เป็นไงครับอ่านแล้วรู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่า?

            มีคนอีกมากมายครับที่แต่งตัวดีภาพลักษณ์เยี่ยม บุคลิกภาพดูดี และตีค่าของตัวเองที่วัตถุเงินทอง ทำงานแบบไร้คุณค่าโยนแต่สิ่งที่ไม่ดีให้กับผู้อื่น เอาแต่สิ่งดีให้กับตัวเอง รู้ว่าผิดแต่พยายามทำให้ถูกไม่คิดที่จะแก้ไขปรับปรุง ที่สำคัญไม่คิดที่จะเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ตนเองกระทำไปแล้วรู้ว่ามันผิด เพียงเพราะไปยึดคนส่วนใหญ่เป็นสรณะ คงพอจะรวบรวมองค์ความรู้กันได้แล้วนะครับว่า “คุณค่าของคนอยู่ที่สิ่งใด”....



[๑] บทความนี้เป็นข้อเท็จจริงส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อเท็จจริง




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com