งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

10 วิธีเพิ่มเวลาว่างให้กับชีวิต
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : ธุรการบางจาก บจ.ไครัฐ ช่าง จยย หางานธุรการ แถวปทุม หางานวุฒิม.3 บางละมุง hot house สมัครงานบริษัทไทยคมนนทบุรี พาสทราม พัทยากลางวัน จังหวัดสุโขทัย ประสานงานคันนายาว วิทยากรประกันชีวิต บริษัท lsg การบินไทย tour and travel บริษัทขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หญิงวุฒิ ปวส.ชลบุรี หางานบริษัท S การตลาดบริหารสินค้า ชลบุรี jewejlry ผู้บริหารหน่วย ไทยประกันชีวิต ทวีวัฒนา ธุรการ ปวส รังสิต พนักงานขับรถส่งสินค้า (ระบะ ) งานโรงงาน ต่างประเทศ งาน ธุรการ ภูเก็ต เภสัชกร ลาดพร้าว scmatchbox พนักงานล้างแก้ว รับสมัครงานคนพิการ ชลบุรี พนักขับรถ ttk พนักงานขับรถบรรทุก เทคโนโลยีกับการพัฒนาประเทศ บริการ การขาย ลัง ห หางานร้านกาแฟสด งานนวดดูไบ หางานกทมวุฒิม3 ประดิฐมนูกิจ ขายก๋วยเตี๋ยว พนักงาน จังหวัดเชียงใหม่ปี2555 ธุรการ พัสดุ ผู้จัดการ ชลบุรี บัญชีเจ้าาหนี้ โรงเรียนเชียงราย bsa บัญชีโรงแรม พัทยา 12150 hafele บริษัทชิครีพลับบริค ธุรการ ชลุบรี ขาย/ตลาด ถนนบางนา-บางพลี งานขาย เชียงใหม่

  เรื่อง ภารกิจของเราตอบสนองต่อสิ่งใด?
  เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย นายธนากรณ์ ใจสมานมิตร
Rated: 
by 8 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



ภารกิจของเราตอบสนองต่อสิ่งใด?

         

           หากคุณพ่อ-คุณแม่มีความประสงค์ให้คุณลูกเป็นเด็กที่เรียนดี แน่นอนที่สุดบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อ-คุณแม่และคุณลูกก็จะต้องถูกกำหนดตามมาเป็นภารกิจ คุณพ่อ-คุณแม่มีภารกิจต้องคอยส่งเสริมสนับสนุน คุณลูกมีภารกิจต้องทบทวนฝึกฝนสิ่งที่เรียนรู้ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ คุณพ่อ-คุณแม่มีความปลาบปลื้มสมตามสิ่งที่หวัง โดยที่คุณลูกก็เป็นเด็กที่เรียนดีอย่างมีความสุขด้วย

           ถามว่า “หากลูกเรียนได้เก่งสมตามความปรารถนาของคุณพ่อ-คุณแม่ แต่ลูกมีความกดดันอยู่ภายในมากมาย ทำให้ไม่มีความสุขตามวัยที่สมควร อย่างนี้เราจะเรียกว่า บรรลุตามเป้าหมายหรือไม่?” ทุกวันนี้เรายังเข้าใจ คำว่า “วัตถุประสงค์”  กับ “เป้าหมาย” กันอย่างไรและใช้รวมกันอยู่หรือไม่ ลองพิจารณาจากข้อเท็จจริงต่อไปนี้ครับ

            วัตถุประสงค์ คือ สิ่งที่อยากให้ทำ อยากให้เป็น

            ภารกิจ คือ สิ่งที่ต้องทำด้วยความรับผิดชอบ , หน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ และความต้องการ

            เป้าหมาย คือ การทำในสิ่งที่ต้องทำให้ได้ในสิ่งที่อยากได้อย่างมีความสุข (ทั้งตัวเราและผู้อื่น)

           ทุกวันนี้เราทำภารกิจกันเพื่อสนอง วัตถุประสงค์ หรือ เป้าหมาย กันแน่ครับ? หากพิจารณาภายในองค์กร สิ่งที่บุคลากรภายในองค์กรถูกกำหนดให้เป็นภารกิจนั้นล้วนต้องถูกเชื่อมโยงมาจากสิ่งที่เรียกว่า “นโยบาย” แล้วนโยบายจัดอยู่ใน “วัตถุประสงค์” หรือ “เป้าหมาย” ละครับ?

             บุคลากรระดับปฏิบัติการส่วนใหญ่ก็จะรับรู้กันเพียงว่า นโยบาย คือคำสั่งของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่สั่งการลงมาแล้วพวกเขาก็จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนอาจถูกพิจารณาตามบทลงโทษได้ ดังนั้นอย่าไปรู้อะไรมากเลย ก้มหน้าก้มตาทำๆกันไปขอให้ชีวิตรอดไปวันๆก็พอแล้ว ในความเป็นจริงของชีวิตคนทำงานก็เป็นอย่างนี้จริงๆครับพวกเขามีหน้าที่ลงมือกระทำ ลงมือปฏิบัติให้ได้ผลงานที่ดีมีคุณภาพออกไปสู่สังคม

            บุคลากรอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ที่มีภารกิจโดยตรงในการแปลงนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารระดับสูง มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับบุคลากรระดับปฏิบัติการ บุคลากรกลุ่มนี้มีความสำคัญขนาดที่เรียกว่าทำให้ นโยบาย มีคุณค่าและมีความหมาย หรือเป็นเพียงแค่ “คำสั่ง” ที่ต้องทำตามเท่านั้น!!!

            ผมจะใช้วิจารณญาณแบบให้เข้าใจกันง่ายๆ สมมติว่าหากเราเป็นเจ้าขององค์กร ถามว่าความปราถนาสูงสุดที่เราอยากเห็นคือสิ่งใด? (ตอบกันเองในใจนะครับ) ความปรารถนานั้นก็จะถูกใส่เข้าไปในนโยบาย ใส่เข้าไปในสิ่งต่างๆที่มันจะเอื้อและบอกให้บุคลากรทุกคนที่ทำงานในองค์กรของเราได้รับรู้ในสิ่งนั้นใช่ไหมครับ? แล้วเราจะเลือกใช้ “คำสั่ง” หรือ “การบอกกล่าว” ที่มันจะให้ผลดีกว่ากันครับ? ผมเชื่อว่าเจ้าขององค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในคุณค่าของบุคลากรทุกคน แต่อาจเป็นไปได้ยากนะครับที่จะมานั่งอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้บุคลากรฟังได้หมดทุกคนทุกระดับ

การมอบหมายนโยบายผ่านตัวกลางจึงเกิดขึ้น จริงอยู่ครับว่า ความกลัว อาจทำให้คนเราจำเป็นต้องทำเพื่อจะได้ไม่ถูกลงโทษ เราจึงได้ในสิ่งที่อยากให้ทำ อยากให้เป็น (วัตถุประสงค์) แต่ขณะที่คนลงมือทำมีแต่ความทุกข์ทุกขณะจิตที่ทำงาน แล้วเราคิดไปเองว่าบรรลุตามเป้าหมายแล้ว มันใช่หรือครับ? ดูกรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริงนี้แล้วลองค่อยๆใช้วิจารณญาณตามนะครับ

             วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๖ ยานขนส่งอวกาศโคลัมเบีย เที่ยวบิน STS-๑๐๗ ถูกส่งขึ้นจากฐานส่ง ๓๙A ด้วยภารกิจต่างๆตามวัตถุประสงค์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (NASA) กำหนดไว้คือ การทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายสิบรายการในวงโคจรของโลกเป็นเวลา ๑๖ วัน   นักบินอวกาศบนยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียประกอบด้วย ผู้บังคับการริค ฮัสแบนด์ นักบินนำร่องวิลเลียม แม็คคูล ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ เดฟ บราวน์ คาลพานา ชอว์ลา ลอเรล คลาร์ค ผู้บังคับการสัมภาระ ไมค์ แอนเดอร์สัน และผู้เชี่ยวชาญสัมภาระ อิลาน รามอน ชาวอิสราเอล หลังจากการปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นตามวัตถุประสงค์แล้วทุกประการ ยานโคลัมเบียก็ปรับทิศทางของตัวยานเพื่อเตรียมร่อนเข้าสู่บรรยากาศและลงสู่พื้นผิวโลก

             เช้าวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๖ เวลา ๐๙.๐๐น.ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ ยานขนส่งอวกาศโคลัมเบีย ต้องพบกับอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดอย่างไม่คาดคิด เกิดการระเบิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งเหนือท้องฟ้าของสหรัฐฯ ขณะกำลังเดินทางกลับสู่พื้นโลก ๑๖ นาทีก่อนที่จะได้ร่อนลงจอดที่ศูนย์อวกาศเคเนดีในฟลอริดาตามกำหนดการ อุบัติเหตุครั้งนี้คร่าชีวิตนักบินอวกาศทั้งหมด

            สามวันหลังจากหายนะของยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียและความตายของนักบินอวกาศทั้งเจ็ด นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักการเมืองกำลังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น? เราสามารถป้องกันได้หรือไม่? ขณะที่ประชาชนบางส่วนอาจตั้งคำถามอีกแบบหนึ่งว่า พวกเขาขึ้นไปทำอะไรในอวกาศ? อเมริกาใช้งบประมาณมหาศาลในการส่งนักบินอวกาศไปยังที่ๆ ไม่คุ้นเคยและเสี่ยงต่ออันตราย นักวิทยาศาสต์อธิบายว่าพวกเขาออกไปเพื่อขยายองค์ความรู้ของพวกเรา ขณะที่นักวิจารณ์บางคนกล่าวว่า ในยุคที่มีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกจำนวนมาก และเราสามารถส่งหุ่นยนต์ไปยังดาวอังคารได้แล้ว เหตุใดจึงต้องนำมนุษย์ออกไปเสี่ยงในอวกาศอีก อย่างไรก็ดี มีชาวอเมริกันเพียงส่วนน้อยที่ตั้งคำถามนี้ เพราะผลการสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันหลังจากเกิดอุบัติเหตุกับยานโคลัมเบียพบว่า ร้อยละ ๘๒ เห็นด้วยที่อเมริกาควรจะส่งมนุษย์ออกไปในอวกาศ ซึ่งใกล้เคียงกับผลสำรวจหลังจากการระเบิดของยานชาลเลนเจอร์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ความจริงก็คือ ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ การสำรวจและการผจญภัยไปยังที่ๆ เราไม่เคยพบเห็นนั้นเป็นสิ่งที่เราทำเสมอมา นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐฯ ใช้ความก้าวหน้าทางด้านอวกาศ เพื่อแสดงศักยภาพและความยิ่งใหญ่ทางการเมือง รวมทั้งนโยบายระหว่างประเทศ นีล อาร์มสตรองและเอ็ดวิน อัลดรินบนยานอะพอลโล ๑๑ ไม่ได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เพื่อแสดงถึงชัยชนะในสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับอดีตสหภาพโซเวียต[๑]

           กรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริงนี้ถามว่า NASA บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่? นักบินอวกาศได้ปฏิบัติภารกิจอย่างสมบูรณ์หรือไม่? และภารกิจของเที่ยวบินนี้บรรลุตามเป้าหมายหรือไม่? ไม่มีใครต้องการพบจุดจบแบบนี้ ถึงแม้จะได้รับการยกย่องให้เป็นวีระบุรุษของมนุษยชาติ การปฏิบัติภารกิจเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการทดลองของ NASA คือสิ่งที่ท้าทายผู้ทำหน้าที่เป็นนักบินอวกาศ ถึงแม้พวกเขาจะรับรู้ได้บ้างว่ามันมีความเสี่ยง แต่เขาก็มีความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัย ระบบป้องกันต่างๆที่มีอยู่ ทุกคนก็หวังว่าเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเขาจะต้องได้กลับมาเหยียบพื้นโลกได้กลับมาใช้ชีวิตบนโลกอีกเช่นเดิม ผมเชื่อว่านี่คือเป้าหมายสูงสุด ของนักบินอวกาศทุกเที่ยวบิน

            หวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรของพวกเราคงไม่มีสภาพเหมือนกับเหตุการณ์ในเที่ยวบินนี้นะครับ?



[๑] วรเชษฐ์  บุญปลอด อ้างใน thaiastro.nectec.or.th




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com