งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce)
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : ตำแหน่งงาน พัทยากลาง วรศร หางานแม่บ้านรังสิต เจ้าที่ไม่กำกัดสาขา ประปาอุดร เขต 7 สมัครงานช่างไฟฟ้ำประปาอุดร เขต 7 ธนาคาร+การ โรงพยาบาลศิริารช เขตลาดพร้าว โชคชัย 4 ผู้จัดการสนามบิน นวดแผบโบราณ ประคบ ขับรถบรรณทุกพ่วง หางานชุมพร วุฒิป.ตรี ที่ปรึกษากายภาพ จักเรียงสิ้าค้า รามคำแหง ประสานงาน สุนัขแมว งานว่างต่างประเทศ เจ้าหน้าที่คุมไฟเตาเผาเซรามิค จ-ศ แถวกิ่งแก้วมบางนา รับสมัครแม่ครัว ชลบุรี บริ๊งส พนักงานpcแถวประเวศ ทำงานแถวแบริ่ง เพชรเกษม 88 พานาโซนิค ยคยนยขร‘ยบรƒยถ pc pg ปทุม สามโคก ถนนรามคำแหง ส พนักงานแต่งเทียน ไม่จำกัดวุฒิสีลม แม่บ้าน ไปกลับ งานโรงงาน แหลมฉบัง ชลบุรี (บ.โพรเกส) ธุรกิจค้าปลีก ชลบุรี ไดนาสตี้ KTCสมัครงาน ผู้ช่วย ฝึกหัด tru uch eto %CA%C1%D1%A4%C3%A7%D2%B9%C7%D8%B2%D4 %C1.6 %C3%D2% สมัครงานวุฒิ ปวช.เกษตร บางเขน สายไหม ธุรการบัญชี คันนายาว %BC%D9%E9%A8%D1%B4%A1%D2%C3%BD%E8%D2%C2%BA%D8%A4%A พนักงานแพ้คสิ้นค้า รงแรม ดุไบ คูโบต้าร ร้านกาแฟบางพลัด สมัครงานวุฒิ ปวช.แถวพระราม2 ผู้ช่วยนักบัญชี

  เรื่อง การเขียนเรียงความ
  เขียนโดย Wonder Man
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย Wonder Man
Rated: 
by 10 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



การเขียนเรียงความ

                                                                                                                                                                                                                                   เสถียร       เชียงใหม่…..

                                ในบรรดาทักษะภาษาไทยทั้ง  4  ด้าน คือ   การฟัง   การพูด   การอ่านและการเขียน 

ทักษะการเขียนเป็นทักษะหนึ่งที่สำคัญ  เพราะการเขียนเป็นการส่งสารที่สามารถถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกและความเข้าใจของผู้เขียนโดยใช้ตัวอักษรเป็นสื่อ   เพื่อให้ผู้อ่านเกิดการรับรู้  ความเข้าใจ  ทักษะการเขียนจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะผู้เขียนต้องคิดก่อนว่าจะเขียนอย่างไรจึงจะมีความหมายตรงกับความนึกคิดของตน

         เรียงความ  เป็นทักษะการเขียนที่แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด ความเห็น ความเข้าใจ

ตลอดจนความรู้ให้ผู้อ่านได้รับทราบ  เป็นการเขียนที่มีรูปแบบและวิธีการเขียนที่มีแบบแผน

เป็นการถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกของตนออกมาเป็นตัวอักษร เพื่อให้ผู้อ่านเกิดการรับรู้ ความเข้าใจ เป็นผลรวมของการฟัง  การอ่าน การพูด  การเขียน   อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการเขียนทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นบทความ  นวนิยาย หรืองานเขียนอื่น ๆ  จนมีนักการศึกษาบางท่านได้ให้คำนิยามว่า    “เรียงความ คือ ประกาศความมีปัญญาของบุคคลออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร”

ลักษณะของการเขียนเรียงความที่ดีนั้น ต้องประกอบไปด้วย

1. มีจุดหมายที่แน่นอน และประมวลข้อคิดที่สำคัญ ๆ เข้าสู่จุดหมายนั้นอย่างมีระเบียบ               

2. มีเอกภาพ คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของเรื่อง หมายถึง ความคิดรวบยอดของเรื่องเด่นชัด และมีสัมพันธภาพ คือ มีความสัมพันธ์กลมกลืนกับความคิด  ทั้งยังต้องมีสารัตถภาพ คือ การเน้นข้อคิดที่สำคัญ

3. มีสัดส่วนที่เหมาะสม คือ มีข้อความเปิดเรื่อง ปิดเรื่อง และดำเนินเรื่องตามสัดส่วนที่พอเหมาะ

4. มีการจัดลำดับเรื่องที่เหมาะสม โดยเขียนความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเป็นหัวข้อ

สั้น ๆ แล้วนำมาเรียงลำดับให้เป็นระเบียบ

5. มีรูปแบบดี คือ หัวเรื่อง  การย่อหน้าข้อความ การเว้นวรรคตอน การใช้เครื่องหมายต่าง ๆรวมถึงความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของการเขียน

6. มีโครงเรื่องดี คือ ความยาวของเรื่องพอเหมาะกับเวลาที่ให้เขียนเหมาะกับหัวเรื่องและระดับของผู้เขียน

7. มีการใช้ถ้อยคำภาษาดี  การเขียนเรียงความ คือ  การสื่อด้วยภาษา   การใช้ถ้อยคำจึงจำเป็นมากต้องใช้คำให้ถูกต้องตรงความหมาย เหมาะสมกับบุคคล  และผูกประโยคได้ถูกต้อง  สละสลวยกะทัดรัด และมีท่วงทำนองการเขียนดี

8. มีเนื้อหาดี คือ เนื้อหาสอดคล้องกับหัวเรื่อง เนื้อความสัมพันธ์กันและมีเนื้อหาพอที่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้ ความเข้าใจตามหัวเรื่องที่กำหนดไว้

9. มีความคิดดี ความคิดดีต่างกับเนื้อหาดี  เพราะเนื้อหาเป็นสาระที่เกี่ยวกับความรู้หลักวิชา  ข้อเท็จจริง  แต่ความคิดเป็นเรื่องของความเข้าใจ  ข้อเสนอแนะ  ความคิดเห็น  การคิดหาเหตุผลซึ่งเป็นเรื่องภูมิปัญญาของผู้เขียน

10. คำนึงถึงองค์ประกอบของการเขียนเรียงความ เช่น   จุดประสงค์ของการเขียน  กลุ่มผู้อ่าน  รูปแบบของการเขียน  วิธีการนำเสนอ  กลไกการเขียนและอื่น ๆ

11. มีการวางแผนการเขียน เช่น จะเลือกเขียนเรื่องอะไร  ต้องการสื่อความหมายในประเด็นใด   จะเลือกวิธีการเขียนแบบใด  จะตีกรอบการเขียนให้กว้างขนาดไหน เป็นต้น

12. ดำเนินการเขียนตามขั้นตอนของกระบวนการเขียน  เช่น การรวบรวมแนวความคิดการสังเคราะห์เนื้อหาหรือวัตถุดิบที่จะเขียน  การวางโครงร่าง  การเขียนร่าง  การทบทวน  ตรวจทานแก้ไข

13. คำนึงถึงหลักการใช้ภาษา เช่น  การใช้ถ้อยคำที่สละสลวยถูกต้องตามหลักภาษาเขียนการใช้คำพังเพย  สุภาษิตเปรียบเทียบ  การใช้คติพจน์หรือคำกล่าวอ้างที่สมเหตุสมผล  การเน้นจุดที่สนใจการให้สาระความรู้ที่เพียงพอ  การรักษาความเป็นเอกภาพ  ความกลมกลืนตลอดจนอักขรวิธีที่ถูกต้อง

14. การปรุงแต่ง เมื่อเขียนเสร็จอย่าเบื่อที่จะทบทวน  เพราะนั่นคือ การเพิ่มคุณภาพของผลงานที่เขียนไปแล้ว  บางครั้งเกิดความเบื่อหน่ายที่จะอ่านซ้ำ  จึงทำให้งานเขียนเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดต่างๆ ฉะนั้นควรเสียเวลาสักนิดเพื่อตรวจทานแก้ไขและขัดเกลาสำนวนภาษาหรือใจความสำคัญของเรียงความให้ดีขึ้น อาจจะเป็นการตัดข้อความที่ทำให้สับสนหรือการเขียนที่วกวนออกอาจจะเพิ่มจุดสำคัญที่จะต้องเน้นเข้าไปอีก  หรือบางทีอาจจะเรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่  เป็นต้น

15. การคำนึงถึงความสะอาด  ลายมือประณีตหรือคุณภาพของการพิมพ์  ภาษาที่อ่านง่าย

สื่อความหมายลึกซึ้งกินใจ  การรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ลีลาการเขียน  การสร้างผลงานที่ดีเด่นออกสู่สายตาผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ  สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างเกียรติคุณและชื่อเสียงแก่ผู้เขียนทั้งสิ้น

ในด้านรูปแบบของการเขียนเรียงความนั้น  เรียงความจะประกอบไปด้วย  3  ส่วนสำคัญ คือ  คำนำ  เนื้อเรื่อง  และสรุป

1. คำนำ  เป็นตอนเปิดเรื่อง หรือส่วนที่จะชักจูงใจให้ผู้อ่านติดตามต่อไป

2. เนื้อความหรือเนื้อเรื่อง  เป็นใจความส่วนใหญ่ของเรื่อง  เนื้อความจะมีลักษณะอย่างไรขึ้นอยู่กับประเภทของเรื่อง

3. สรุปหรือลงท้าย  เป็นการสรุปความคิดหรือการนำเอาข้อความสำคัญมากล่าวย้ำให้เด่นชัด  เพื่อให้ผู้เขียนแสดงประเด็นความคิดสำคัญให้แน่นอนยิ่งขึ้น

ทั้ง  3  ส่วนอาจเขียนเป็นแผนภูมิดังนี้

 

 

                                        -------------- ---คำนำ                          --------         ย่อหน้า

                                                                                                  ------- -                ย่อหน้า

                                                                                                  --------                 ย่อหน้า

          เรียงความ  --- --------------------- เนื้อเรื่อง --------------------------          ย่อหน้า         

                                                                                                  ---------               ย่อหน้า

                                                                                                 ------- --                ย่อหน้า

                                             -------------- สรุป                         ----------          ย่อหน้า

 

การเขียนคำนำ                     

คำนำ เป็นบทเริ่มต้นของเรียงความที่จะแนะนำให้ผู้อ่านทราบว่าเรียงความนี้จะกล่าวถึงเรื่องอะไร คำนำจะนำความสนใจของผู้อ่านไปสู่เรื่องนั้น ๆ ด้วยวิธีการเขียนแบบต่าง ๆ การเขียนคำนำต้องเขียนให้เร้าความสนใจของผู้อ่าน  และทำให้ผู้อ่านสนเท่ห์  ตื่นเต้น  อยากอ่านเรื่องที่เขียน  การเขียนคำนำอาจตั้งเป็นคำถามหรือปรัชญาชวนคิด  อาจยกคำคม สุภาษิตมากล่าวหรืออาจใช้คำจำกัดความหรือยกเรื่องแปลก ๆ ที่ตื่นเต้นมากล่าวนำก็ได้  ข้อสำคัญคำนำต้องเขียนให้มีน้ำหนักน่าอ่าน  อย่าเขียนยาวเกินไป หรือออกนอกเรื่อง  หรือเอาเรื่องที่คนทราบอยู่แล้วมากล่าวจะทำให้คำนำจืด ไม่ชวนให้อ่าน โดยอาจสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

1. ยกเอาคำพังเพยหรือสุภาษิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมากล่าวนำ

2. โดยการอธิบายความหมายของเนื้อเรื่อง

3. ขึ้นต้นด้วยคำกล่าวของบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับเรื่องที่เขียน

4. เขียนคำนำด้วยการเล่าเรื่อง

5. เขียนคำนำด้วยคำถามหรือปัญหาที่น่าสนใจ

6. เขียนคำนำด้วยการอธิบายชื่อเรื่อง

7. เขียนคำนำด้วยการกล่าวถึงจุดประสงค์ของเรื่องที่เขียน

8. เขียนคำนำด้วยการกล่าวถึงความสำคัญของเรื่องที่เขียน

9. ต้องกำหนดไว้ในใจก่อนว่าจะเขียนคำนำอย่างไรจึงจะดึงดูดความสนใจ และ

สอดคล้องกับหัวเรื่อง

                 10. คำนำไม่ควรมีรายละเอียดมากเกินไปหรือเขียนยาวเกินไปพยายามใช้เฉพาะความสำคัญเท่านั้น

                 11. ควรพยายามใช้ภาษาให้ประณีตที่สุดเพื่อผู้อ่านจะได้เกิดความประทับใจ

การเขียนคำนำที่ดีนั้นต้องเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน  อาจเริ่มด้วยคำถาม 

คำพังเพย  การยกข้อความสำคัญและควรใช้ภาษาที่สละสลวยเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้อ่าน  สำหรับความยาวของคำนำนั้นไม่ควรเขียนยาวจนเกินไป 

                การเขียนเนื้อเรื่อง

การเขียนเนื้อเรื่องต้องยึดหลักที่สำคัญคือ

1. เขียนให้มีแนวคิดอย่างเดียว ไม่พูดนอกเรื่องหรือพูดในสิ่งหยุมหยิมเกินจำเป็น

2. เขียนให้ทุกส่วนทุกตอนของเรื่องสัมพันธ์กันโดยตลอด

3. รู้จักเน้นในส่วนที่สำคัญ

4. เขียนให้สมบูรณ์  ไม่ทิ้งส่วนที่สำคัญของเรื่อง

5. เขียนให้มีความชัดเจนแจ่มแจ้ง ถูกต้องและมีเหตุผลดี

6. เขียนตามลำดับเนื้อความของเรื่อง

7. มีการย่อหน้า และแต่ละย่อหน้าต้องมีความสัมพันธ์กัน

8. มีการเขียนประโยคเนื้อความ การวางประโยคเนื้อความอาจวางไว้ต้นประโยคหรือท้ายประโยค  หรือทั้งต้นและท้ายประโยคแต่ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของประโยคและย่อหน้าแต่ละย่อหน้าด้วย

การเขียนเนื้อเรื่องต้องไม่เขียนวกวน  การจัดระเบียบความคิดจะต้องไม่สับสน  อาจแบ่งเป็นหลายตอน  อาจมีหลายย่อหน้า  ที่สำคัญแต่ละย่อหน้าต้องมีความคิดสำคัญเพียงอย่างเดียวและทุกย่อหน้าต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน

การเขียนสรุป

การสรุปคือ   การเขียนเพื่อบอกให้ผู้อ่านทราบว่าเรื่องที่เขากำลังอ่านอยู่นั้นกำลังจบบริบูรณ์แล้ว  ข้อความในตอนนี้มักจะประกอบด้วยการกล่าวถึงใจความหรือสิ่งที่กล่าวมาแล้ว  แต่เป็นการกล่าวถึงในลักษณะรวบรัดและย่นย่อ  การกล่าวถึงสิ่งที่กล่าวมาแล้วอาจจะทำได้หลายลักษณะ เ ช่น   การระบุใจความสำคัญ ๆ  ซ้ำอีกครั้งหนึ่งหรือการเขียนย้ำสิ่งที่กล่าวมาแล้วอีก การกล่าวจึงอาจจะย้ำเฉพาะจุดเด่น ๆ เท่านั้น

ขนาดของการสรุป

การสรุปมี  2  อย่างคือ  การสรุปในย่อหน้ากับการสรุปในเรื่องใหญ่  การสรุปในย่อหน้ามีขนาดสั้นอาจประกอบด้วยประโยคเพียงหนึ่งหรือสองประโยคเท่านั้น  และไม่แยกเป็นส่วนหนึ่ง

ต่างหากให้เห็นชัดเจนอย่างการสรุปของเรียงความเรื่องใหญ่  สรุปในย่อหน้าจึงเป็นเพียงประโยคสุดท้ายหรือก่อนประโยคสุดท้ายของย่อหน้าเท่านั้น  ส่วนสรุปในเรื่องใหญ่นั้นมักจะมีขนาดเป็นย่อหน้าหนึ่งในเรียงความเลยทีเดียว  ความสั้นยาวของสรุปอย่างนี้ไม่ควรเยิ่นย่อยืดยาวความ ควรจะกระชับให้หนักแน่นและสั้นกระแสความสรุป จึงจะเป็นสรุปที่เหมาะสม

สิ่งที่ควรนำมาช่วยในการสรุป

เพื่อให้การกล่าวย้ำในการสรุปมีน้ำหนักและมีความกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้น  ผู้เขียนควรนำพลความบางอย่างมาประกอบการสรุปได้บ้างตามความเหมาะสม  เช่น   ตัวอย่างเหตุการณ์คำกล่าวคำสรุปของบุคคลสำคัญ  สุภาษิต  สถิติหรือตัวเลข  คำถามหรือปมปริศนาที่ท้าทาย  เป็นต้น   การที่นำสิ่งเหล่านี้มาช่วยในการเน้นสรุปนั้น  ผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงสัมพันธภาพทางเหตุผลและใจความของการสรุป  และสิ่งที่นำมาช่วยสรุปเป็นสำคัญ  สิ่งเหล่านั้นจึงจะช่วยเกื้อกูลการสรุปได้ดี

นอกจากนี้แล้วการเขียนสรุปต้องฝากความประทับใจหรือให้ข้อคิดแก่ผู้อ่าน  ซึ่งอาจทำได้ด้วยการยกคำคม  สุภาษิต   คำกล่าวหรือบทกวีที่ไพเราะอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ข้อสำคัญคือ  คำลงท้ายของเรียงความมิใช่การสรุปเรื่องทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนำมากล่าวซ้ำอีก  การเขียนคำลงท้ายควรใช้ภาษาสั้น ๆ  กระชับน่าอ่าน  ทำให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจและหรือเกิดความศรัทธาในความคิดของผู้เขียนโดยการเขียนอย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น  ระบุใจความที่เด่น ๆ  ฝากข้อคิดเห็นหรือปริศนาที่ท้าทาย  สุภาษิต  คำพังเพย  บทกวีที่ไพเราะ  อย่างใดอย่างหนึ่ง   แต่ที่สำคัญไม่ควรที่จะเยิ่นย่อยืดยาวจนเกินไป   พึงตระหนักอยู่เสมอว่าการเขียนสรุปไม่ใช่เป็นการสรุปเรื่องที่เขียนมาทั้งหมด     ดังนั้นส่วนนี้จึงไม่ควรเขียนคำว่า  สรุปรวมความว่า

 จะเห็นได้ว่าการเขียนเรียงความ เป็นทักษะการเขียนที่มีขั้นตอนหลายอย่าง  เพราะเป็นผลรวมของการฟัง การพูด การอ่านและการคิด  ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนบ่อย ๆ จึงจะเกิดผลดี

อีกทั้งผู้ที่จะเขียนเรียงความได้ดีนั้นจะต้องรู้จักศึกษา ค้นคว้า หาประสบการณ์ เพื่อเป็นพื้นฐานในด้านของความรู้  ความคิด   ที่จะนำมาถ่ายทอดเป็นงานเขียน  ประดุจดั่งเป็น พรแสวง ที่มาลบล้าง

คำกล่าวที่ว่า  ทักษะการเขียนเป็น พรสวรรค์ ของแต่ละบุคคล.

 

 

-------------------------------------------

                                                                                                

บรรณานุกรม

 

เกหลง      พานิช.(2514). จะสอนเรียงความอย่างไร. จุลสารภาษาไทย เล่มที่ 6 กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์

                           คุรุสภา.

เจือ      สะตะเวทิน.  (2514).  วิธีสอนเรียงความแบบพัฒนา.  ประชาศึกษา  ฉบับวันที่  11   มิถุนายน

..    2514.

ชัยนันท์   นันทพันธ์.  (2526).  ศิลปการเขียนเรียงความและรวมเรียงความพระราชทาน.  กรุงเทพฯ :

ประกายพรึก.ไทยวัฒนาพานิช.

ประสิทธิ์   กาพย์กลอน.  (2518).  การเขียนภาคปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

เปลื้อง    นคร. (2512).  คำบรรยายวิชาการประพันธ์ และหนังสือพิมพ์. กรุงเทพฯ :ไทยวัฒนาพานิช .

พันธุ์ทิพา   หลาบเลิศบุญ.  (2536).  การสอนเขียนเรียงความ.  กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิชิต   อัคนิจ.  (2525).  หลักเบื้องต้นของการเขียนเรียงความ.  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

                 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สำเร็จ   วรรณกิจ,  หลวง.  (2501).  แนะเรียงความ.  กรุงเทพมหานคร  :  ส่งเสริมวิทยา.




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com