งาน หางาน สมัครงาน ใบสมัครงาน Resume

เว็บไซต์นี้ ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความน่าเชื่อถือโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 2 ปีซ้อน - ดูรายละเอียด
ค้นหาด่วน
หน้าแรก เขียนใบสมัครงาน ลงโฆษณางาน ค้นหาใบสมัครงาน

สนใจลงโฆษณา โทร. 0-2275-1900, 0-2612-4900, 0-3839-5000

   สมัครงาน กรุงเทพฯและปริณฑล | สมัครงาน ภาคตะวันออก | สมัครงาน ภาคกลาง |สมัครงาน ภาคใต้ |สมัครงาน ภาคเหนือ |สมัครงาน ภาคอิสาน
   ค้นบ่อย : หางานบัญชี, หางานธุรการ, หางานจัดซื้อ, หางานผู้จัดการ, หางานขับรถ, หางานบุคคล, หางานคลังสินค้า, หางานครู, หางานวิศวกร, หางานเขียนแบบ, หางานคีย์ข้อมูล, หางานการตลาด, หางานโรงแรม, หางานสิ่งแวดล้อม, หางานคอมพิวเตอร์, หางาน Programmer, หางานประชาสัมพันธ์, หางานช่าง, หางานสถาปนิก
 
 Knowledge Center
knowledge

8 วินัยใหม่ เพิ่มเงินเก็บทั้งปี
 
เรื่องน่ารู้ตามหมวดหมู่
• การแพทย์
• ความรู้ทั่วไป
• เรื่องของผู้หญิง
• กีฬา
• ข่าวและสื่อ

และอื่น ๆ อีกมาก

สมัครเป็น Content Editor
Login เข้าสู่ระบบ
  ค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ
ระบุ keyword
 
 

หางานบ่อย : ครูโรงเรียนรัฐ หางานวุฒิ ม.3 เซ็นทรัลราม2 asst. โรงงานประจวบคีรีขัน โรบินสันจ.ราชบุรี แมคโค พนักงานผลิตเขตรามคำแหง หางาน วันหยุด บางแสน tatty ธุรการบัญชีบางพลี ชีย เ ราชการแจ้งวัฒนะ หน.คลังวัตถุดิบ พีพี ครูวิทย หลักสี่ แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด วุฒิ ม.6 พนักงานโลหะวิทยา สมัครงานวุฒิม.6 ลาดพร้าว รถตู้วื่งร่วม วุฒิ ม3 จ.นครปฐม homeproเมกะบางนา สมัคงานช่างลาดพร้าว เด้กติดรถ โลตัสพระราม4 ธุรการ ลาดพร้าว 60 rttowoet ยคยนรŠร‡ยน สมัครงานบุคคลทั่วไป พนักงานธุรการ ลาดพร้าว 45 งานทหารหญิง นิติกร,เจ้าหน้าที่นิติกรรมสัญญา,เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎห ขับรถยกตู้ ชลบุรี sales โรงแรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ธุรการทั่วไปม.6 ม.6ชายกทม. แทน nature best food โรงแรมสีลม พนักงานทั่วไปแถวรังสิต แปลภาษา ชลบุรี Tale Sales เขียนแบบ สระบุรี งาน GSM เคมี กทม นักเคมี นักวิจัย บริษัทซีพี บริษัท ซีเคร็ท เรซีพี คาเฟ่ (ประเทศไทย) จำกัด พนักงาน ชลบุรี พนักงานธุรการ รัชดา

  เรื่อง กลไกการทำงานของตลาดอนุพันธ์ (ตอนที่ 1)
  เขียนโดย ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์
 
ดูบทความทั้งหมดที่เขียนโดย ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์
Rated: 
by 54 users
 

คุณคิดย่างไรกับเรื่องนี้?

 

 



กลไกการทำงานของตลาดอนุพันธ์ (ตอนที่ 1)

โดย ดร. ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

สำหรับบทความตอนนี้จะได้กล่าวถึงกลไกการทำงานของตลาดอนุพันธ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินทรัพย์ล่วงหน้า โดยในที่นี้ผมจะขอยกตัวอย่างอ้างอิงจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ AFET ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2549 มีผลิตภัณฑ์สำหรับซื้อขายในตลาดล่วงหน้าแห่งนี้รวมทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (Ribbed Smoked Rubber No. 3) ข้าวขาว 5% (White Rice 5%) แป้งมันสำปะหลังชั้นพิเศษ (Tapioca Starch Premium Grade) ยางแท่งเอสทีอาร์ 20 (Standard Thai Rubber 20) และน้ำยางข้น (Concentrated Latex) ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดข้างต้นจะมีข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้า (Contract Specification) แตกต่างกันไป ทั้งนี้ ผมขออธิบายในรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้าโดยยกตัวอย่างจากฟิวเจอร์สยางแผ่นรมควันชั้น 3 ดังแสดงในตารางด้านล่างละกันครับ

 

ตารางแสดงข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้าของยางแผ่นรมควันชั้น 3

1. คุณภาพสินค้าที่ส่งมอบ

ตามมาตรฐาน Green Book

2. หน่วยการซื้อขาย

หนึ่งหน่วยการซื้อขายเท่ากับ 5,000 กิโลกรัม

3. วิธีการซื้อขาย

ระบบคอมพิวเตอร์ที่จับคู่คำสั่งซื้อขายอย่างต่อเนื่อง

4. ราคาซื้อขาย

บาทต่อกิโลกรัม

5. ช่วงราคา

10 สตางค์ต่อ 1 กิโลกรัม

6. อัตราการขึ้นลงของราคาสูงสุดประจำวัน

3.10 บาทต่อกิโลกรัม

7. จำนวนการถือครองข้อตกลง

ไม่เกิน 500 หน่วยการซื้อขายสำหรับทุกเดือนรวมกัน และต้องไม่เกิน 100 หน่วยการซื้อขายในเดือนที่ส่งมอบ

8. อัตราเงินประกันสำหรับเดือนที่ยังไม่ครบกำหนดส่งมอบ

เงินประกันขั้นต้นเท่ากับ 21,600 บาท และเงินประกันขั้นต่ำเท่ากับ 16,200 บาท

9. วันซื้อขายสุดท้าย

วันทำการที่ 3 ก่อนวันทำการแรกของเดือนส่งมอบ

10. เดือนที่ครบกำหนดส่งมอบ

ทุกเดือนติดต่อกัน แต่ไม่เกิน 6 เดือน

11. วันส่งมอบสุดท้าย

วันทำการสุดท้ายของเดือนส่งมอบ

12. หน่วยการส่งมอบ

หนึ่งหน่วยการส่งมอบเท่ากับ 20,000 กิโลกรัม

13. อัตราเงินประกันสำหรับเดือนที่ครบกำหนดส่งมอบ

เงินประกันขั้นต้นเท่ากับ 141,400 บาท และเงินประกันขั้นต่ำเท่ากับ 106,300 บาท

14. วิธีการ และเงื่อนไขการส่งมอบ

ส่งมอบ ณ ท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือแหลมฉบัง ตามเงื่อนไข FOB

ข้อมูลจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย: www.afet.or.th (เดือนพฤษภาคม 2549)

 

สังเกตได้ว่าตลาด AFET มีการกำหนดมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับการซื้อขายล่วงหน้าขึ้น เริ่มตั้งแต่คุณภาพของสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งในที่นี้ ก็คือ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ก็ต้องเป็นไปตาม “Green Book” หรือหนังสือข้อกำหนดมาตรฐานสากลของยางพาราที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ตลอดจนต้องผลิต หรือส่งมอบจากโรงงานที่ตลาดรับรองด้วย โดยขนาดของยางแผ่นรมควันชั้น 3 ต่อหนึ่งหน่วยการซื้อขายที่ถูกกำหนดขึ้นนั้นเท่ากับ 5,000 กิโลกรัม หรือ 5 เมตริกตัน ทั้งนี้ การที่จะเข้ามาซื้อขายในตลาดได้นั้น ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายต้องทำการเปิดบัญชีวงเงินประกันกับทางบริษัทนายหน้าที่เป็นสมาชิกของตลาดเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่า การใช้บริการจากบริษัทนายหน้านั้นย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้นด้วยทุกครั้งที่มีการส่งคำสั่งซื้อ หรือคำสั่งขาย โดยบริษัทนายหน้าจะคิดค่าธรรมเนียมประมาณ 0.05 ถึง 0.25% ของมูลค่าสัญญาที่ทำการซื้อ หรือขายในแต่ละครั้ง หลังจากนั้นเมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัทนายหน้าต่อไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของตลาด ระบบก็จะทำการจับคู่คำสั่งซื้อขายที่ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (Computerized Continuous Trading) พร้อมทั้งยืนยันผลการจับคู่กลับไปยังบริษัทนายหน้าเพื่อให้แจ้งแก่ลูกค้าของตนทราบในที่สุด โดยทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายจะทราบเพียงแต่จำนวนสัญญา และราคาที่ซื้อขายสินทรัพย์อ้างอิงกันเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้จักหน้าค่าตากันในขั้นตอนนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการซื้อขายฟิวเจอร์สเป็นการที่ผู้ซื้อ หรือผู้ขายเข้าไปอยู่ในฐานะรอเพื่อซื้อ หรือขายสินทรัพย์อ้างอิงนั้นในอนาคต สถานะของธุรกรรมที่เกิดขึ้นนั้นจึงยังไม่ใช่การซื้อขายจริง หากแต่เป็นการเปิดสถานะจากคำสั่งซื้อขายในปัจจุบันเพื่อรอทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงในอนาคต ดังนั้น ในวันแรกที่เริ่มทำการซื้อขายกันนั้น ไม่ว่าผู้ซื้อ หรือผู้ขายต่างไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินเพื่อจ่ายค่าสินทรัพย์อ้างอิง หรือมีสินทรัพย์นั้นเพื่อเตรียมส่งมอบแต่อย่างใด และได้มีการพัฒนาศัพท์เฉพาะที่ใช้สำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สขึ้น โดยจะเรียกผู้ซื้อ หรือคู่สัญญาที่อยู่ในฐานะรอซื้ออยู่ว่า “Long Position” และเรียกผู้ขาย หรือคู่สัญญาที่อยู่ในฐานะรอขายอยู่ว่า “Short Position”

สำหรับราคาซื้อขาย หรือราคาล่วงหน้า (Futures Price) ที่ตลาดกำหนดขึ้นนั้นจะมีหน่วยเป็นบาทต่อกิโลกรัม โดยมีการกำหนดอัตราการขึ้นลงของราคา หรือช่วงราคาอยู่ที่ 10 สตางค์ต่อ 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น หากราคาซื้อขายของฟิวเจอร์สยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 85 บาทต่อกิโลกรัม และมีผู้ซื้อ หรือผู้ขายต้องการเสนอราคาซื้อขายที่แตกต่างไปจากราคาข้างต้น ก็ต้องทำการเสนอราคาในลักษณะเพิ่มขึ้น หรือลดลงทีละ 10 สตางค์ต่อกิโลกรัม เช่น ที่ 85.10 บาท หรือ 84.90 บาท เป็นต้น หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าเป็นการเสนอราคาซื้อขายในลักษณะทวีคูณของ 10 สตางค์ก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม ก็คือ ราคาซื้อขายของฟิวเจอร์สที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ไม่ได้เป็นราคาของตัวฟิวเจอร์สเอง หากแต่เป็นราคาของสินทรัพย์อ้างอิงที่ทำการซื้อขายนั้น ยกตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนทำธุรกรรมซื้อฟิวเจอร์ส ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่มีกำหนดส่งมอบอีก 1 เดือนข้างหน้าที่ราคา 85 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ได้หมายความว่า ตัวฟิวเจอร์ส ของยางแผ่นรมควันชั้น 3 เองมีราคา 85 บาทต่อกิโลกรัมแต่อย่างใด หากแต่เป็นการที่นักลงทุนตกลงเข้าเป็นคู่สัญญาเพื่อซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ราคา 85 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนหน้า

นอกจากนี้ ตลาด AFET ยังได้กำหนดให้มีอัตราการขึ้นลงของราคาสูงสุด (Price Ceiling and Floor) ในแต่ละวันอยู่ที่ 3.20 บาทต่อกิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น หากราคาปิดในวันก่อนหน้าของสัญญาล่วงหน้ายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 85 บาทต่อกิโลกรัม ราคาของสัญญาในวันนี้จะเพิ่มขึ้นสูงสุดได้แค่ 88.20 บาทต่อกิโลกรัม และลดลงได้ต่ำสุดเพียง 81.80 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น โดยอัตราดังกล่าวข้างต้นยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามหลักเกณฑ์การปรับอัตราขึ้นลงของราคาสูงสุดประจำวันซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยตลาดอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดจำนวนการถือครองสัญญาขึ้น (Position Limits) โดยไม่ว่าผู้ซื้อ หรือผู้ขายสามารถถือครองฟิวเจอร์สได้ไม่เกิน 500 หน่วยการซื้อขายสำหรับทุกเดือนรวมกัน และต้องไม่เกิน 100 หน่วยการซื้อขายในเดือนที่ส่งมอบ อย่างไรก็ตาม สำหรับ Hedgers หรือผู้ประกันความเสี่ยง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของราคาเป็นหลัก สามารถขออนุญาตจากตลาดในการถือครองได้มากกว่าข้อกำหนดข้างต้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องมีการกำหนดทั้งอัตราการขึ้นลงของราคาสูงสุด และจำนวนการถือครองสัญญาดังกล่าวข้างต้น ก็เพื่อป้องกันการสร้างราคา หรือการเก็งกำไรที่เกินควรนั่นเอง

และทุกครั้งที่มีการจับคู่คำสั่งซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขายต่างก็ต้องทำการส่งมอบเงินประกันขั้นต้น (Initial Margin)ให้แก่บริษัทนายหน้าที่ตนได้เปิดบัญชีไว้ โดยจะมีการปรับมูลค่าวงเงินประกันตามราคาตลาดของสัญญาทุกสิ้นวันทำการ ทีนี้หากมูลค่าของสัญญาตามราคาตลาดลดลงต่ำกว่าระดับวงเงินประกันขั้นต่ำ (Maintenance Margin) ที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาสภาพไว้ บริษัทนายหน้าก็จะทำการเรียกเก็บเงินเพิ่มในบัญชีวงเงินประกัน (Margin Call) เพื่อให้คุ้มกับมูลค่าที่ลดหายไป ถือว่าเป็นการช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความน่าเชื่อถือของทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายในการปฎิบัติตามสัญญานั่นเอง โดยเงินประกันขั้นต้น และเงินประกันขั้นต่ำที่ถูกกำหนดไว้สำหรับฟิวเจอร์สยางแผ่นรมควันชั้น 3 สำหรับเดือนที่ยังไม่ครบกำหนดส่งมอบก็คือ 21,600 บาท และ 16,200 บาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ การซื้อขายฟิวเจอร์สของยางแผ่นรมควันชั้น 3 สามารถกระทำได้ทุกวันทำการ โดยแบ่งออกเป็นรอบเช้าตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 12.00 น. และรอบบ่ายตั้งแต่ 13.00 น. จนถึง 15.00 น. สำหรับวันทำการซื้อขายสุดท้ายของแต่ละสัญญา ก็คือ วันทำการที่ 3 ก่อนวันทำการแรกของเดือนที่ส่งมอบ ยกตัวอย่างเช่น ฟิวเจอร์สของยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่มีกำหนดส่งมอบในเดือนมิถุนายนหน้า หากสมมติให้วันทำการแรกของเดือนที่ส่งมอบนี้คือ วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน วันทำการซื้อขายสุดท้ายของฟิวเจอร์สดังกล่าวข้างต้นก็จะเป็นวันจันทร์ที่ 29 ในเดือนพฤษภาคมก่อนหน้า สำหรับการส่งมอบฟิวเจอร์สของยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดนั้นจะกระทำทุกๆ เดือนติดต่อกัน โดยมีกำหนดระยะเวลาส่งมอบในอนาคตไว้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ ตลาดยังกำหนดให้หนึ่งหน่วยการส่งมอบเท่ากับ 20,000 กิโลกรัม หรือ 20 เมตริกตัน และกำหนดให้วันส่งมอบสุดท้าย คือ วันทำการสุดท้ายของเดือนที่ส่งมอบ ซึ่งหากพิจารณาจากตัวอย่างฟิวเจอร์สข้างต้น วันส่งมอบสุดท้าย ก็คือ วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายนนั่นเองครับ นอกจากนี้ในเดือนที่ครบกำหนดส่งมอบ ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายต่างก็ต้องวางเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักประกัน โดยตลาดกำหนดเงินประกันขั้นต้น และเงินประกันขั้นต่ำไว้เท่ากับ 141,400 บาท และ 106,300 บาท ตามลำดับ

เมื่อใกล้วันที่ครบกำหนดส่งมอบ ตลาดจะดำเนินการสอบถามทั้งบริษัทนายหน้าของผู้ซื้อ และผู้ขายถึงความพร้อมในการส่งมอบรับมอบ ตลอดจนความสามารถในการชำระเงินค่าสินทรัพย์อ้างอิง โดยการส่งมอบรับมอบดังกล่าวข้างต้นจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับว่าราคาล่วงหน้าในขณะนั้นเป็นไปตามที่ผู้ซื้อ หรือผู้ขายคาดการณ์ไว้หรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ซื้อย่อมต้องการที่จะได้รับมอบสินทรัพย์อ้างอิงจริง หากราคาล่วงหน้าสูงกว่าราคาตลาด และคุ้มกับต้นทุนต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการรับมอบสินทรัพย์นั้น ในทางกลับกัน ผู้ขายจะมีความต้องการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงนั้น ก็ต่อเมื่อราคาตลาดสูงว่าราคาล่วงหน้า และคุ้มกับต้นทุนต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการส่งมอบสินทรัพย์นั้น

เมื่อทั้งสองฝ่ายแจ้งความประสงค์ในการส่งมอบรับมอบแก่ตลาดแล้ว ตลาดก็จะดำเนินการแจ้งรายชื่อของคู่สัญญาให้แก่บริษัทนายหน้าทราบเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายติดต่อทำความเข้าใจกันถึงรายละเอียดของการส่งมอบรับมอบสินทรัพย์อ้างอิงนั้น สำหรับฟิวเจอร์สของยางแผ่นรมควันชั้น 3 การส่งมอบจะเป็นไปตามเงื่อนไข FOB (Free on Board) โดยส่งมอบ ณ ท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือแหลมฉบัง นอกจากนี้หากเป็นการส่งออก ผู้ขายยังต้องรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องพิธีการศุลกากร ตลอดจนการเสียภาษีส่งออก โดยจะหมดภาระก็ต่อเมื่อได้นำยางแผ่นรมควันชั้น 3 ไปส่งมอบไว้ในเรือเดินทะเล ณ ท่าเรือตามที่ได้ระบุไว้ในข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้าแล้วนั่นเอง

สำหรับในตอนต่อไปนั้น ผมจะอธิบายให้เห็นถึงวิธีการส่งคำสั่งซื้อขาย ตลอดจนขั้นตอนการวางเงินเพื่อเป็นประกัน และการปิดสถานะของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายนอกเหนือจากการส่งมอบรับมอบจริงดังที่กล่าวถึงในบทความตอนนี้ครับ

 




ความคิดเห็นของคุณกับบทความนี้ ...


Privacy Policy | About Us
Copyright © 2000-2008 - Job Online Co.,Ltd. All rights reserved.
Contact Webmaster :
Webmaster@Jobpub.com